แสดงผล
ขนาดตัวอักษร
เลือกภาษา

ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา

กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินงานความร่วมมือกับต่างประเทศมาเป็นเวลาช้านาน แต่ได้หยุดชะงักไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังสงครามโลกดังกล่าวกระทรวงศึกษาธิการได้มีการติดต่อกับต่างประเทศอีกครั้งหนึ่ง แต่งานด้านการติดต่อกับต่างประเทศในขณะนั้นยังไม่มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยเฉพาะ หลังจากที่ทหารพันธมิตรออกไปจากประเทศไทยแล้ว ได้มีองค์การต่างๆ ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เช่น องค์การบริหารวิเทศกิจสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (USOM) มูลนิธิการศึกษาตามรัฐบัญญัติฟุลไบร์ (Fulbright) นอกจากนี้ยังมีองค์การระหว่างประเทศเกิดขึ้นอีกมากมายที่ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทย โดยเฉพาะที่กระทรวงศึกษาธิการติดต่อด้วยมากที่สุดคือ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization หรือ UNESCO)

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2491 เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางและหน่วยงานประสานงานเกี่ยวกับความร่วมมือต่างประเทศด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของไทยกับรัฐบาล องค์การ และหน่วยงานต่างๆ ของประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้น สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศยังทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) อีกด้วย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีโครงการความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีที่สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศได้ดำเนินการและประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

เมื่อกิจการด้านต่างประเทศได้เพิ่มปริมาณมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดตั้งกองพิเศษให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับต่างประเทศและรับรองชาวต่างประเทศโดยตรง โดยได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกา จัดวางระเบียบราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2491 ตั้งกองการต่างประเทศ ให้สังกัดในสำนักงานปลัดกระทรวง โดยมี ม.ล.มานิจ ชุมสาย เป็นผู้อำนวยการกองเป็นคนแรก และได้แบ่งงานเป็น 3 แผนก ดังนี้

1. แผนกองค์การต่างประเทศ
2. แผนกข่าวสาร
3. แผนกการศึกษาต่างประเทศ

ต่อมาในปี พ.ศ.2494 ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฏีการจัดวางระเบียบราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทวงในกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2494 ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2494 จากผลแห่งการประกาศทำให้มีการเปลี่ยนชื่อจาก “กองการต่างประเทศ” เป็น “กองการสัมพันธ์ต่างประเทศ” และในปีพ.ศ.2521 ได้แบ่งงานออกเป็น 4 ฝ่าย ดังนี้

1. ฝ่ายองค์การต่างประเทศ
2. ฝ่ายข่าวสารและวิชาการ
3. ฝ่ายการศึกษาต่างประเทศ
4. ฝ่ายประสานงาน (ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็นฝ่ายประสานงานและการประชุมนานาชาติ เมื่อปี พ.ศ.2528)

กองการสัมพันธ์ต่างประเทศ ทำหน้าที่ประสานงานด้านการต่างประเทศทั้งหมดของกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นศูนย์กลางติดต่อราชการระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับรัฐบาลและหน่วยงานต่างประเทศอีกมากมาย ในขณะนั้นกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับความช่วยเหลือในการพัฒนาการศึกษาจากองค์การยูเนสโกและสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นยังได้รับความร่วมช่วยเหลือจากองค์การนานาชาติ รัฐบาลต่างประเทศ และองค์การเอกชนอื่นๆ มีหน้าที่เสนอความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา เสนอแนะนโยบายและติดตามการดำเนินงานด้านต่างประเทศ ติดต่อประสานงานเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการศึกษากับองค์กรหรือหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศด้านต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังทำการส่งเสริม เผยแพร่ และบริการข้อมูล ข่าวสารทางวิชาการ ทุนการศึกษา วิจัย ฝึกอบรมและดูงาน ณ ต่างประเทศ จัดประชุมและเจรจาธุรกิจนานาชาติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กำหนดท่าทีและประสานนโยบาย ส่งคณะผู้แทนไทยไปประชุมนานาชาติ จัดสรรงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนองค์การต่างประเทศตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ รวมทั้งปฏิบัติงานร่วมกันและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นๆ ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการและกรมอื่นๆ ในกระทรวง ศึกษาธิการ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กองการสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. ได้ส่งเสริมพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งในกรอบพหุภาคีและทวิภาคี ซึ่งโครงสร้างและบุคลากรของกองการสัมพันธ์ต่างประเทศได้รับการพัฒนามาโดยลำดับจนถึงปัจจุบัน แต่เนื่องจากปัจจุบันมีกรอบความร่วมมือใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ ปัจจุบันตามที่ได้มีการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2546 และตามกฏกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้มีการเปลี่ยนชื่อจากกองการสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. เป็น “สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สต.สป.)” เพื่อจัดระบบงานใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลเรื่อง การปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

นอกจากการปฏิบัติงานประจำข้างต้นแล้ว สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. ยังทำหน้าที่เป็น “สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และเป็น “สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) อีกด้วย โดยมี ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 เป็นต้นมา จนถึงสมัยที่นายจรูญ วงศ์สายันห์ เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2517-2520) จึงได้แต่งตั้งให้รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ฝ่ายต่างประเทศ) ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ และผู้อำนวยการกองการสัมพันธ์ต่างประเทศ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติฯ อีกตำแหน่งหนึ่ง

รายชื่อผู้อำนวยการตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน

1.

ม.ล.มานิจ ชุมสาย

พ.ศ.2491-2493

2.

นายบุญถิ่น อัตถากร

พ.ศ.2493-2501

3.

นายนพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

พ.ศ.2501-2511

4.

นางสาวรัญจวญ อินทรกำแหง

พ.ศ.2511-2515

5.

นายบรรจง ชูสกุลชาติ

พ.ศ.2515-2518

6.

นายประพัฒน์ แสงวณิช

พ.ศ.2518-2521

7.

นายวิชัย ตันศิริ

พ.ศ.2521-2525

8.

นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์

พ.ศ.2525-2532

9.

นางพรนิภา ลิมปพยอม

พ.ศ.2532-2536

10.

นางดวงทิพย์ สุรินทาธิป

พ.ศ.2536-2537

11.

นางสาวสุทธาสินี วัชรบูล

พ.ศ.2537-2538

12.

นางดวงทิพย์ สุรินทาธิป

พ.ศ.2538-2541

13.

นางสาวสุจิตรา จิตรานุเคราะห์

พ.ศ.2541-2546

14.

นางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ

พ.ศ.2546-2551

15.

นายไพศาล วิศาลาภรณ์

พ.ศ.2551-2554

16.

นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์

พ.ศ.2554-2559

17.

นางยุวดี ภูริโภไคย

พ.ศ.2559-2559

18.

นางสาวนงศิลินี โมสิกะ

พ.ศ.2559-2561

19.

นางขนิษฐา ห้านิรัติศัย

พ.ศ.2562-2563

20.

นายสมทรง งามวงษ์

พ.ศ.2563-2565

 21.

นางพิมพ์วรัชญ์ เมืองนิล

พ.ศ.2566-2567

22.

นางสาวจิตรลดา จันทร์แหยม

พ.ศ.2568-ปัจจุบัน 

Top