เปิดตัวห้องเรียนอัจฉริยะ – ยกระดับครูไทยสู่ยุคดิจิทัลโครงการ UNESCO–Huawei เดินหน้าระยะที่ 2 ที่บุรีรัมย์ 4–5 มีนาคม 2569 จังหวัดบุรีรัมย์

กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสำนักงานภูมิภาคยูเนสโกประจำกรุงเทพฯ และบริษัท Huawei ประเทศไทย จัดงานเปิดตัว “ห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)” พร้อมกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพครู ภายใต้โครงการ UNESCO-Huawei Fund-in-Trust on Technology-enabled Open Schools for All ระยะที่ 2 ณ โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 4–5 มีนาคม 2569 โดยมี ดร.สัมมนาการณ์ บุญเรือง รองศึกษาธิการภาค 13 เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ในการนี้ ดร.ภัทรวรรธน์ นิลแก้วบวรวิชญ์ ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นผู้กล่าวต้อนรับ นางสาวจิตรลดา จันทร์แหยม ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. ในฐานะรองเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ เป็นผู้กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ พร้อมด้วย Ms. Marina Partier รองผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริษัทหัวเว่ย ร่วมกล่าวในพิธีเปิดในครั้งนี้ กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีเปิดตัวห้องเรียนอัจฉริยะและกิจกรรมการพัฒนาวิชาชีพครู ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ผู้แทนสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ ผู้แทนบริษัท Huawei ผู้บริหารการศึกษาจากหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และศรีสะเกษ ครู และนักเรียนในพื้นที่ รวมถึงผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 80 คน

นางสาวจิตรลดา จันทร์แหยม ในฐานะผู้แทนสำนักเลขาธิการฯ ได้กล่าวรายงานภาพรวมโครงการ โดยได้กล่าวถึงโครงการดังกล่าวที่มีความสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา เป้าหมายที่ 4 (SDG 4) อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความร่วมมือภายใต้โครงการนี้ นับเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ และภาคเอกชน ที่จะร่วมกันพัฒนาระบบการศึกษาที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

สำหรับโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2567 โดยประเทศไทยได้รับเชิญให้เป็น 1 ใน 3 ประเทศที่เข้าร่วมดำเนินงาน ร่วมกับ บราซิล และ อียิปต์ สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ระบบดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมตลอดระยะที่ผ่านมา โครงการได้วางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การติดตั้งอุปกรณ์ และการพัฒนาครูแกนนำ ขณะที่ในระยะที่ 2 มุ่งต่อยอดสู่การใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการสร้างเครือข่ายครูต้นแบบเพื่อขยายผลในระดับภูมิภาค

ห้องเรียนอัจฉริยะ: พื้นที่เรียนรู้แห่งอนาคต
ห้องเรียนอัจฉริยะที่เปิดตัวในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย อาทิ กระดานอัจฉริยะ ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และแพลตฟอร์มบริหารจัดการชั้นเรียนดิจิทัล ช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านการทำงานกลุ่ม การคิดวิเคราะห์ และการใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคมได้รับการพัฒนาให้เป็นโรงเรียนแม่ข่าย (Mother School) ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์สู่โรงเรียนลูกข่าย (Child School) อีก 4 แห่งในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนนำร่อง พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังโรงเรียนแม่ข่ายและลูกข่ายในจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงบ่ายของวันที่ 4 มีนาคม 2569 คณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วมโครงการยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานโรงเรียนลูกข่าย ณ โรงเรียนไพศาลพิทยาคม เพื่อเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลในชั้นเรียนจริง เปิดโอกาสให้ครูและผู้บริหารได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเห็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในบริบทของโรงเรียนต่างจังหวัด

พัฒนาครู สร้างความยั่งยืน
ควบคู่กับการเปิดห้องเรียนอัจฉริยะ มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างทักษะดิจิทัลแก่ครู ทั้งด้านการออกแบบบทเรียนเชิงรุก การประเมินผลผ่านเครื่องมือออนไลน์ และการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ครูผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และร่วมกันกำหนดแนวทางขยายผลสู่เครือข่ายโรงเรียนในระดับจังหวัดและภูมิภาค

พลังความร่วมมือเพื่อโอกาสที่เท่าเทียม
โครงการในระยะที่ 2 มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยสนับสนุนโรงเรียนในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกลให้เข้าถึงทรัพยากรดิจิทัลอย่างเท่าเทียม การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวนวัตกรรม แต่คือการวางรากฐาน “ระบบนิเวศทางการศึกษา” ที่เชื่อมโยงโรงเรียน ครู ผู้เรียน และชุมชน เข้ากับองค์ความรู้ระดับสากลตลอดสองวันของการจัดงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งการเรียนรู้ นักเรียนได้ทดลองใช้อุปกรณ์จริง ครูได้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ ขณะที่ผู้บริหารการศึกษาเห็นแนวทางการพัฒนาที่สามารถต่อยอดสู่ระดับจังหวัดและระดับประเทศการเปิดตัวห้องเรียนอัจฉริยะในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล พร้อมเปิดประตูสู่อนาคตที่ “การเรียนรู้เปิดกว้างสำหรับทุกคน” อย่างแท้จริง

ภาพ: ธนิต มาพิทักษ์
สรุป / เรียบเรียง : ธนพล ขันธวิชัย
รัชนินท์ พงศ์อุดม
กลุ่มความร่วมมือกับองค์การยูเนสโก
รายงานโดย : กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศต่างประเทศ
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
5 มีนาคม 2569