รัฐมนตรีศึกษาหารือคณะผู้อำนวยการศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอในประเทศไทยร่วมกันยกระดับการศึกษาไทยสู่ระดับภูมิภาคและทัดเทียมนานาชาติ

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ฝ่ายต่างประเทศ) ให้การต้อนรับคณะผู้อำนวยการศูนย์และเครือข่ายระดับภูมิภาคของซีมีโอในประเทศไทย จำนวน 5 ศูนย์ และ 1 เครือข่าย นำโดย นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนของซีมีโอ (SEAMEO SEPS) และที่ปรึกษาพิเศษด้านความร่วมมือต่างประเทศ ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร. หัทยา สิริพัฒนากุล ผู้อำนวยการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ของซีมีโอ (SEAMEO SPAFA) ดร. ชลธิศ ธีระฐิติ ศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยการอุดมศึกษาและการพัฒนาของซีมีโอ (SEAMEO RIHED) ดร. เกศรา อมรวุฒิวร ผู้อำนวยการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO STEM-ED) รศ. นพ. วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ ผู้อำนวยการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยเวชศาสตร์เขตร้อนและสาธารณสุขของซีมีโอด้านเวชศาสตร์เขตร้อน (SEAMEO TROPMED) และ รศ. ดร.นพ. ประตาป สิงหศิวานนท์ ผู้อำนวยการเครือข่ายระดับภูมิภาคว่าด้วยเวชศาสตร์เขตร้อนและสาธารณสุขของซีมีโอด้านเวชศาสตร์เขตร้อน (SEAMEO TROPMED Network) ซึ่งได้ร่วมกันหารือแนวทางการขยายความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการโดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากศูนย์แต่ละแห่ง รวมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยให้สอดคล้องในภูมิภาคและสถานการณ์โลก

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวขอบคุณคณะผู้อำนวยการศูนย์ทุกท่านที่ได้ทำงานร่วมกันกับกระทรวงศึกษาธิการมาอย่างยาวนาน ซึ่งภายหลังการรับตำแหน่งได้มีความพยายามในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่ครอบคลุมในทุกมิติ พร้อมทั้งได้กล่าวถึงการประกาศนโยบายหลัก 5 ด้าน ได้แก่ 1) การเน้นการลดภาระที่ไม่จำเป็นให้แก่ครูเพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนและดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ 2) ปรับโครงสร้างความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส เพื่อนำทรัพยากรไปอุดหนุนเด็กที่ขาดแคลนและโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างตรงจุด 3) ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง เน้นการปรับหลักสูตรให้เป็นรูปแบบ Active Learning เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือทำ มุ่งส่งเสริมทักษะแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน 4) ยกระดับความปลอดภัยทั้งในและนอกสถานศึกษา เพิ่มมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยการจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียนแบบถาวร” และ 5) การปรับปรุงพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการยกร่างแล้วบางส่วน และจะเร่งผลักดันให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญเพื่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้เรียนของไทย

จากนั้น ผู้อำนวยการศูนย์แต่ละแห่งได้ร่วมกันนำเสนอผลงานกิจกรรมและโครงการสำคัญที่ประสบความสำเร็จ อาทิ

• โครงการพัฒนาอาหารกลางวันในสถานศึกษา (Well-Being in School Project) ของศูนย์ SEAMEO SEPS ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินการในโรงเรียนต้นแบบ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านปางมะหัน จังหวัดเชียงราย และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาโอยาม่า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับโครงการพัฒนาระบบอาหารกลางวันในโรงเรียน (Cloud Kitchen) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญอยู่ในขณะนี้

• การพัฒนาศักยภาพของครูและนักเรียนไทยด้านการเรียนรู้สะเต็มศึกษา โดยศูนย์ SEAMEO STEM-ED ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) บูรณาการเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง (Climate change) ในสถานศึกษา อีกทั้งร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) จัดโครงการเสวนานานาชาติ (International Policy Dialogue)” โดยร่วมกับผู้แทนระดับสูงด้านการศึกษาจากประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูง แลกเปลี่ยนเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาไทย พร้อมทั้งเตรียมขยายผลความร่วมมือกับบริษัทระดับโลกอย่าง AWS (Amazon Web Services) เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้าน AI ให้แก่ครูไทย เพื่อให้นำไปปรับใช้ในการสอนได้อย่างมีวิจารณญาณ

• โครงการแก้ไขปัญหาสุขภาพควบคู่การพัฒนาการศึกษาของศูนย์และเครือข่าย SEAMEO TROPMED ที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนชายแดนที่มีการนำร่องการดำเนินการให้แก่นักเรียนกว่า 1,000 คน ในโรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสบปัญหาด้านสุขภาพและภาวะทุพโภชนาการ แต่ปัจจุบันนักเรียนมีสุขภาพที่ดีขึ้นภายหลังเข้าร่วมโครงการ การแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ผ่านการใช้เทคโนโลยีช่วยในด้านสื่อการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาด้านการศึกษาโดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยที่มีความเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษาสูง (out of school) นอกจากนี้ ได้แจ้งถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรนานาชาติ สาขา School Health ของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ให้แก่ครูทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานกว่า 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีครูไทยได้รับทุนเนื่องจากยังขาดทักษะภาษาอังกฤษที่เพียงพอสำหรับการศึกษาต่อ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยินดีให้การสนับสนุนและพร้อมผลักดันให้หน่วยงานในสังกัดได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกครูไทยเพื่อสมัครรับทุนดังกล่าว

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการเชื่อมโยงโครงการต่าง ๆ ที่ศูนย์ซีมีโอได้มีการดำเนินการอยู่แล้วไปยังโรงเรียนใน “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ที่กระจายอยู่ใน 20 จังหวัด เนื่องจากมีกฎหมายรองรับให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้โดยไม่ติดขัดนโยบายส่วนกลาง รวมทั้งมุ่งหวังการพัฒนาโรงเรียนในตำบลให้เป็น “โรงเรียนคุณภาพ” ที่มีความพร้อมทั้งวิชาการ อุปกรณ์การเรียน และระบบการรับส่งนักเรียน เพื่อดึงดูดนักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ใกล้เคียงให้เข้ามารับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพสูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและทั่วถึงต่อสถานศึกษาอื่นๆ ของไทย

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำถึงประเด็นที่ประสงค์ร่วมมือกับศูนย์และเครือข่ายระดับภูมิภาคของซีมีโอ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาภายใต้นโยบาย “Thailand Zero Dropout” ผ่านการบูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย การพัฒนาครูและยกระดับการพัฒนาทักษะของผู้เรียน (Upskills และ Reskills) และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เช่น ผลการทดสอบ PISA ให้มีความเข้มแข็งและทัดเทียมในระดับนานาชาติ โดยกระทรวงศึกษาธิการยินดีให้ความร่วมมือกับศูนย์และเครือข่ายต่างๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การดำเนินการเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อการยกระดับคุณภาพศึกษาไทยต่อไป

กนกวรรณ แกว่นถิ่นภู
สริญณพัชร์ ธรรมบุศย์
กลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.