รองเลขาธิการ OECD เข้าเยี่ยมคารวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเดินหน้ายกระดับการศึกษา พัฒนาครู และสร้างกำลังคนแห่งอนาคต

​เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ ชั้น 1 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมหารือกับ Mr. František Ružička รองเลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดแนวทางการสานต่อและขยายความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยกับ OECD ในอนาคต โดยมุ่งต่อยอดความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย การประเมินผล และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน

​ในการหารือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวขอบคุณ OECD สำหรับความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และเห็นว่าความร่วมมือกับ OECD เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาของไทยสู่เวทีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งเรียนรู้แนวทางและประสบการณ์จากนานาประเทศเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับบริบทของประเทศไทย โดย กระทรวงศึกษาธิการพร้อมเปิดกว้างสำหรับการพัฒนาความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาไทย สำหรับ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ให้ความสำคัญกับการต่อยอดความร่วมมือกับ OECD ในเชิงนโยบายและวิชาการ โดยเฉพาะ กระบวนการ Technical Reviews ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเชิงลึกและข้อเสนอแนะด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนานโยบายและระบบการศึกษาของประเทศไทย รวมทั้งมีแนวทางที่จะส่งเสริมความร่วมมือกับ Centre for Educational Research and Innovation (CERI) ของ OECD ในอนาคต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านการศึกษา ตลอดจนพัฒนาโครงการหรือความร่วมมือทางวิชาการที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทย

​นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของการศึกษาในอนาคต อาทิ PISA และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการศึกษา โดย OECD พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญแก่ประเทศไทย โดยเฉพาะการพัฒนา AI Literacy ให้ผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษาสามารถใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ มีจริยธรรม และนำไปสู่การสร้างสรรค์แนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งนี้ OECD ยืนยันความพร้อมในการสานต่อความร่วมมือกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งในประเทศไทยและกรุงปารีส พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายการศึกษาที่สำคัญของไทย Thailand Zero Dropout และการศึกษาที่ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ เป็นต้น ขณะที่ฝ่ายไทยยินดีรับฟังข้อเสนอแนะและร่วมพัฒนาความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกและก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

ข้อมูลโดย สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
กลุ่มความร่วมมือพหุภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.
27 สิงหาคม 2569