นครมิวนิก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี — วันที่ 15–16 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าพบหารือกับ Mr. Martin Tremmel ตำแหน่ง Senior Vice President, BMW Group HR Services, Recruiting and Qualification, BMW Group และ Mr. Alexander Gorski ตำแหน่ง Chief Operations Officer, Infineon Technologies AG เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาไทย–เยอรมนีจากระดับนโยบายสู่ภาคอุตสาหกรรม มุ่งเชื่อมการจัดการอาชีวศึกษาไทยกับเทคโนโลยีและความต้องการกำลังคนของอุตสาหกรรมระดับโลก โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ และการผลิตอัจฉริยะ เพื่อสร้างกำลังคนทักษะสูงพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
รมว.ศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการต้องการยกระดับความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมให้เข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดการอาชีวศึกษามากขึ้น ตั้งแต่การร่วมออกแบบหลักสูตรฐานสมรรถนะ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ การพัฒนาครูและผู้สอน การฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการ ไปจนถึงการรับรองสมรรถนะ เพื่อให้สิ่งที่ผู้เรียนเรียนในสถานศึกษาสอดคล้องกับเทคโนโลยีและตำแหน่งงานที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการจริง ตามนโยบาย All for Education ข้อที่ 3 “ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง” ที่มุ่งเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสู่โลกการทำงานยุคใหม่
การหารือกับ BMW Group มุ่งต่อยอดความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาทวิภาคี โดยเฉพาะทักษะด้าน EV ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เทคโนโลยีแรงดันสูงและแบตเตอรี่ รวมถึง Upskill และ Reskill ครูและบุคลากรอาชีวศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการพัฒนากำลังคนของ BMW Group Talent Campus ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ ผู้เรียนจะเข้ามาเรียนรู้และฝึกทักษะภายใน Campus ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริง โดยภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทโดยตรงในการกำหนดทักษะ เนื้อหาการฝึกอบรม และสมรรถนะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีและตำแหน่งงานในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ BMW Group มีความร่วมมือกับการอาชีวศึกษาไทยมาอย่างต่อเนื่องกับ BMW Service Apprentice Programme ภายใต้ German-Thai Dual Excellence Programme (GTDEE) ซึ่งผสมผสานการเรียนภาคทฤษฎีกับการฝึกปฏิบัติทางเทคนิค จึงเป็นฐานสำคัญสำหรับต่อยอดไปสู่การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีขั้นสูงและมาตรฐานกำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต
ในโอกาสนี้ ผู้แทน BMW Group ได้นำคณะเยี่ยมชม BMW Welt เพื่อศึกษานวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งสามารถนำมาประกอบการพัฒนาแนวทางจัดการอาชีวศึกษาและเตรียมกำลังคนไทยให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์
ส่วนการหารือกับ Infineon Technologies AG กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเชื่อมกำลังคนอาชีวศึกษาไทยเข้ากับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยเฉพาะ Power Semiconductors, Smart Factory, AI และระบบอัตโนมัติ ตลอดจนเทคโนโลยีด้านยานยนต์อัจฉริยะและพลังงานสะอาด ขณะที่ Infineon กำลังขยายฐานการผลิตในประเทศไทย โดยปักหมุดจังหวัดสมุทรปราการเป็นฐานด้าน Packaging (BE Site) ที่สำคัญของบริษัท ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 การขยายการลงทุนดังกล่าวจะส่งผลให้มีความต้องการกำลังคนที่มีทักษะเฉพาะทางเพิ่มขึ้นทั้งในระดับวิศวกรและช่างเทคนิค
Infineon ระบุว่า การจ้างงานในบริษัท 1 ตำแหน่ง สามารถก่อให้เกิดการจ้างงานในระบบนิเวศอุตสาหกรรม (Ecosystem) ที่เกี่ยวข้องได้อีกถึง 6 ตำแหน่ง สะท้อนโอกาสด้านการจ้างงานที่จะเกิดขึ้นควบคู่กับการขยายการลงทุนในประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการจึงมุ่งผลักดันการร่วมพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของอุตสาหกรรม การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี (Dual TVET) หลักสูตรเฉพาะทาง (Tailor-made Program) และการพัฒนาครูร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเส้นทางจากห้องเรียนสู่การทำงานจริงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ด้านผู้แทน BMW Group และ Infineon Technologies AG เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาเยาวชนไทยให้มีทักษะวิชาชีพและเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนากำลังคนและต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน
กระทรวงศึกษาธิการมุ่งหวังให้การจัดการอาชีวศึกษาเชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริงมากยิ่งขึ้น โดยส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาทักษะ ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการจริง เพื่อยกระดับทักษะของผู้เรียนอาชีวศึกษาไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานและความต้องการของบริษัทชั้นนำระดับโลก ซึ่งไม่เพียงช่วยสนับสนุนการลงทุนและการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในประเทศไทย แต่ยังช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะที่มีมูลค่าสูงขึ้น มีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน และมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นในอนาคต
เขียนโดย : ศรัณย์ บุญเที่ยง
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
