เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุญาตให้ นายเยฟเกนี โตมีฮิน (H.E. Mr. Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการหารือดังกล่าว เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยกับสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานและแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศที่ได้ดำเนินมายาวนานกว่า 129 ปี บนพื้นฐานของความเคารพ ฉันมิตร และผลประโยชน์ร่วมกัน โดยจะครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – รัสเซีย ในปี พ.ศ. 2570

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตฯ พร้อมแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลสหพันธณรัฐรัสเซียที่ให้การสนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษากับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนบุคลากร และการหารือทวิภาคี ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยเน้นย้ำว่า “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เป็นหัวใจสำคัญของอนาคต และการศึกษาไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมสู่อนาคตของเยาวชนและสังคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” และ “ยกระดับการเรียนรู้ สู่โลกแห่งความจริง” โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อาทิ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม นวัตกรรม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแสดงความประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือกับรัสเซียในด้านการเรียนการสอนภาษารัสเซีย การประชุมโต๊ะกลมด้านการศึกษาไทย – รัสเซีย ทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนนักเรียนและนักศึกษา สะเต็มศึกษา ความร่วมมือของกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตลอดจนความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาและการพัฒนาทักษะวิชาชีพ

เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงรากฐานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 พร้อมกล่าวชื่นชมบทบาทของประเทศไทยในการส่งเสริมความร่วมมือกับรัสเซียในหลากหลายมิติ รวมถึงความร่วมมือในกรอบ BRICS และความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม นอกจากนี้ได้แจ้งความคืบหน้าของร่างความตกลงด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของทั้งสองประเทศ ซึ่งครอบคลุมการศึกษาหลายระดับ ว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นสุดท้ายของฝ่ายรัสเซีย และหวังว่าจะสามารถลงนามได้ในโอกาสอันใกล้ อีกทั้งยังได้กล่าวถึงกิจกรรมความร่วมมือที่สองประเทศดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดนิทรรศการและกิจกรรมด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนไทย การพัฒนาครูการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษารัสเซียในประเทศไทย ตลอดจนการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมา สหพันธรัฐรัสเซียได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 50 ทุน/ปี ให้แก่เยาวชนไทย

ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับตัวของระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคมดิจิทัล ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ เห็นว่าระบบการศึกษาจำเป็นต้องรักษารากฐานทางวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมแสดงความพร้อมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษากับประเทศไทย ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยกับรัสเซียจะมีความใกล้ชิดและก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดกิจกรรมความร่วมมือระหว่างสองประเทศในทุกมิติ เพื่อประโยชน์ของเยาวชนและประชาชน
ของทั้งสองประเทศต่อไป

เขียนโดย : นัศรูน เปาะมะ
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569