เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุญาตให้ นายโอตากะ มาซาโตะ (H.E. Mr. Otaka Masato) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่าง ไทย – ญี่ปุ่น ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมหารือดังกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ในโอกาสการครบรอบ 139 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – ญี่ปุ่น และเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง จึงเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือด้านการศึกษา ไทย – ญี่ปุ่น จะได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ในปี 2569 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบาย 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1) คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก 2) การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาในประเทศ 3) การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง 4) การสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5) การปรับปรุงกฎหมาย พรบ. การศึกษาแห่งชาติ และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายในการพัฒนาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงประสงค์ผลักดันการขยายความร่วมมือ 3 ด้าน ได้แก่ 1) การขยายโอกาสให้นักศึกษาอาชีวศึกษาไปฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการญี่ปุ่นทั้งในไทยและญี่ปุ่น 2) การขยายโอกาสการแลกเปลี่ยนนักเรียน ครู ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้กรอบความร่วมมือกับโคเซ็น (KOSEN) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 3) การผลักดันให้มีครูอาสาสมัครและครูอาสาสมัครด้านภาษาญี่ปุ่นและด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นและวิทยาศาสตร์ไปด้วยกันของโรงเรียนวิทยาศาสตร์
เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นแสดงความยินดีกับการดำรงตำแหน่งของรัฐมนตรีฯ และขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการที่ให้ความร่วมมือการดำเนินการด้านทุนการศึกษาของรัฐบาลญี่ปุ่นญี่ปุ่นให้ความสำคัญด้านการศึกษาซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคม และขอชื่นชมนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่มีความครอบคลุม ในประเด็นด้านการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กที่พ่อแม่ต้องทำงานเต็มเวลา ญี่ปุ่นมีโมเดล TOPPAN ที่ผู้ปกครองที่ต้องไปทำงานสามารถฝากเด็กไว้ที่ศูนย์ ในด้านการพัฒนาบุคลากร นอกจากโคเซ็น ยังมีสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) ที่มุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่สามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นเข้าทำงานในบริษัทอุตสาหกรรมต่าง ๆและมีนักศึกษาไทยที่จบการศึกษาจาก Asia Pacific University ที่ญี่ปุ่น จำนวนประมาณ 100 – 200 คน เข้าทำงานในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมี Japan Foundation และ Japan International Cooperation Agency (JICA) ภายใต้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น (ODA) และสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ที่ให้การสนับสนุนด้านภาษาญี่ปุ่นอีกด้วยทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นยินดีสนับสนุนความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอบคุณสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นฯ และรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ได้การสนับสนุนประเทศไทยมาโดยตลอด และหวังว่าความร่วมมือด้านการศึกษา ไทย – ญี่ปุ่น จะพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป
วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569
เขียนโดย หงษ์ฟ้า วีระนพรัตน์
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี

